โรคผิวหนังอักเสบนั้น จัดเป็นโรคที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย เพราะในบริเวณผิวหนังของเรานั้นมีเชื้อแบคทีเรียอาศัยอยู่ ถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังไปจากเดิม เช่น เกิดบาดแผล รวมถึงผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ มีสุขอนามัยที่ไม่ดี เชื้อแบคทีเรียเหล่านี้ ก็อาจทำให้เกิดโรคผิวหนังอักเสบได้ เราลองมาดูกันว่าโรคผิวหนังอักเสบนั้นมีอะไรกันบ้าง

http://www.vital.ae/skin-diseases-treatment/
http://www.vital.ae/skin-diseases-treatment/

โรคผิวหนังอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย

  1. ไฟลามทุ่ง (Erysipelas)

          เป็นการอักเสบของผิวหนัง ร่วมกับหลอดน้ำเหลือง เริ่มจากการมีตุ่มแดง และกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว แผลมีสีแดงจัด กดเจ็บ ผิวในบริเวณนั้นจะยกขึ้นมากจากบริเวณที่ปกติอย่างชัดเจน ผู้ป่วยจะมีไข้ร่วมด้วย

      การรักษา รับประทานยา Dicloxacillin ประมาณ 5 – 7 วัน ร่วมกับการประคบร้อน

  1. ผิวหนังอักเสบ (Cellulitis)

          เป็นการอักเสบของเนื้อเยื้อชั้นหนังแท้และลึกลงไปยังชั้นใต้ผิวหนัง มีลักษณะเป็นผื่นแดง ลุกลามอย่างรวดเร็ว กดเจ็บและออกร้อน ซึ่งมีความแตกต่างจากโรคไฟลามทุ่งเพราะมีขอบเขตที่ไม่ชัดเจน และมักจะพบว่ามีอาการของต่อมน้ำเหลืองโตร่วมด้วย ซึ่งสามารถพบได้บ่อยในผู้ที่ประสบอุบัติเหตุ ผู้ป่วยเบาหวาน อ้วน หรือผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ

     การรักษา การรักษา รับประทานยา Dicloxacillin ประมาณ 5 – 7 วัน ร่วมกับการประคบร้อน

ข้อควรระวัง ไฟลามทุ่งและผิวหนังอักเสบ เป็นโรคที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้เชื้อสามารถแพร่เข้าสู่กระแสเลือดได้ง่ายขึ้น ดังนั้นจึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

  1. แผลพุพอง

          เกิดจากการติดเชื้อบริเวณหนังกำพร้า ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากสุขอนามัยที่ไม่ดี และการละเลยบาดแผลเล็ก ๆ จึงทำให้อาการลุกลาม พบได้บ่อยในเด็กเล็ก ส่วนใหญ่แล้วบาดแผลจะขึ้นบริเวณใบหน้าและจมูก เนื่องจากการแกะเกา และสามารถพบได้บริเวณแขนขาทั่วไป ในระยะเริ่มแรกจะเป็นเพียงผื่นแดงเล็ก ๆ มีอาการคัน และกลายเป็นตุ่มน้ำพอใส เมื่อแตกออกแผลก็จะกลายเป็นสีแดง จะมีน้ำเหลืองไหล หลังจากแผลแห้งจะตกสะเก็ดเป็นสะเก็ดเหลืองเกาะที่แผล ถ้าหากเกิดที่บริเวณหนังศีรษะเรียกว่า ชันตุ และถ้าหากปล่อยทิ้งไว้นาน จะทำให้แผลใหญ่ขึ้น หรือกินลึกมากขึ้น และเข้าสู่กระแสเลือดได้

          การรักษา เริ่มต้นการรักษาด้วยการล้างทำความสะอาดบาดแผล และการใช้ยาฆ่าเชื้อ Mupiroxin ประมาณ 7 – 10 วัน ก็เพียงพอ ถ้าหากบาดแผลกว้างและลึกมาก อาจต้องใช้ยา Dicloxacillin รับประทานร่วมด้วย

http://www.ziptrials.us/skin-disease/common-skin-diseases/
http://www.ziptrials.us/skin-disease/common-skin-diseases/

ผิวหนังอักเสบนั้นเป็นอีกหนึ่งโรคหนึ่งที่ควรใส่ใจ เพราะสาเหตุหลักเกิดจากการมีสุขอนามัยที่ไม่ดี จึงทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณผิวหนังได้ เพราะบริเวณผิวหนังของเรานั้นมีแบคทีเรียอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และโรคผิวหนังอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียยังแบ่งออกเป็นหลายประเภท บางประเภทนั้นมีความรุนแรงมาก จึงต้องทำการรักษาอย่างถูกวิธีและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

 

 

 

LEAVE A REPLY